n
แพทย์แผนจีน · สุขภาพการนอน
nn
n n
nn
นอนเท่าไหร่…
ก็ไม่รู้จักพอ
n
ทำไมบางคนง่วงทั้งวัน ตื่นแล้วยังเพลีย ทั้งที่ไม่ได้อดนอน — มุมมองแพทย์แผนจีนว่าด้วย “ม้ามพร่อง” และความชื้นในร่างกาย
n
nn n
n
n
01
n
อาการที่หลายคนเป็นจนชิน
n
n
นั่งตรงไหนก็ง่วง หลับได้แทบทุกที่ ทั้งที่ไม่ได้อดนอน พอตื่นมาก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น อยากนอนต่อทั้งวัน แต่กลับตื่นง่าย ตื่นแล้วก็อยากหลับอีก — อาการแบบนี้พบได้บ่อยจนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
n
n
ในมุม แพทย์แผนปัจจุบัน ภาวะนี้ถือเป็นความผิดปกติของระบบประสาท จากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ มักพบในคนที่เจ็บป่วย มีไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย หรือช่วงที่โรครุนแรง
n
n
แต่บทความนี้จะเจาะไปที่ “คนปกติ” ที่ไม่มีโรคภัยชัดเจน แต่ชอบง่วง หาวนอนเป็นประจำ ว่าในสายตาแพทย์แผนจีนแล้ว ต้นเหตุมาจากอะไร
n
nn n
n
n
02
n
แพทย์แผนจีนมองเรื่องนี้อย่างไร
n
nn
n
n
n
ยิน (阴) · หยาง (阳)
n
n
n
แพทย์แผนจีนมองว่า การนอนหลับคือภาวะ “ยิน” (阴) ส่วน การตื่นคือภาวะ “หยาง” (阳) คนที่ง่วงตลอดเวลาจึงสะท้อนว่า ยินแกร่งเกิน เพราะ หยางพร่อง (หยางขาด)
n
ภาวะหยางพร่องนี้เริ่มจากการทำงานของ “ม้าม” (脾 — ระบบย่อยและดูดซึม) ที่อ่อนลง จนเกิดการคั่งของ “เสมหะ” (痰) และ “ความชื้น” (湿) ซึ่งยิ่งไปบั่นทอนพลังม้ามให้พร่องลงไปอีก
n
n
nn
n
จึงพบบ่อยใน คนอ้วน (ที่มีไขมันสะสม = เสมหะ/ความชื้น) มากกว่าคนผอม โดยเฉพาะหลังกินอิ่มจัด ระบบย่อยต้องทำงานหนัก เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง จึงง่วงง่าย ส่วน คนผอม ก็ง่วงผิดปกติได้ ถ้าเจ็บป่วยเรื้อรังจนร่างกายอ่อนเพลีย และใน หน้าฝน ที่ความชื้นสูง อาการมักกำเริบหนักขึ้น
n
n
nn n
n
n
03
n
ต้นตอ 2 แบบ ของความง่วงผิดปกติ
n
nn
nn n
n
n
n
n
แบบที่ 1
n
ความชื้นสะสมมาก
n
n
n
หัวหนักเหมือนมีอะไรห่อคลุม ตัวหนักตึง แน่นหน้าอก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ถ่ายเหลว ลิ้นซีดมีฝ้ามันเคลือบ หลังกินข้าวจะเพลียอยากหลับ ขี้เกียจพูด บางคนเหงื่อออกง่าย แขนขาเย็น มักกำเริบหน้าฝนและพบในคนอ้วน
n
แนวทาง: ขับความชื้น + บำรุงม้าม
n
nn n
n
n
n
n
แบบที่ 2
n
พลังม้ามพร่องเป็นเหตุ
n
n
n
อาการคล้ายแบบแรก แต่เด่นที่ความ อ่อนแรง: ไม่สดชื่น ง่วงนอน ไม่อยากพูด แขนขาเย็น หน้าตาเหลือง กินน้อย อุจจาระเหลว ลิ้นมักอ้วนบวมมีฝ้าขาวบาง ชีพจรอ่อนไม่มีกำลัง
n
แนวทาง: บำรุงพลังม้าม
n
nn
n
nn n
n
n
จากพฤติกรรมและสภาพร่างกาย สู่ความง่วงที่ไม่รู้จักพอ
nn
n
n
n
nn n
n
n
05
n
6 หลักปฏิบัติดูแลตัวเอง
n
nn
nn
n
1
n
เลี่ยงอาหารมัน ย่อยยาก และของเย็น
n
เพราะเพิ่มความชื้น/เสมหะ ทำให้ม้ามอ่อนแอ เลี่ยงทุเรียน กะทิ ขนุน นม ฯลฯ เลือกของมีประโยชน์ ย่อยง่าย
n
nn
n
2
n
อย่ากินอิ่มจนเกินไป
n
กินแต่พออิ่ม กินบ่อย ๆ เป็นเวลา มีกฎเกณฑ์ และเคี้ยวให้ละเอียด
n
nn
n
3
n
อย่าหักโหมแรงงาน–ความคิด
n
คุมไม่ให้เครียดหรือวิตกกังวล เพราะความเครียดรบกวนระบบย่อยอาหารโดยตรง
n
nn
n
4
n
กินอาหารสะอาด ไม่ปนเปื้อน
n
เพราะการติดเชื้อทางเดินอาหารยิ่งทำลายพลังการย่อยและดูดซึม
n
nn
n
5
n
ผู้สูงวัย/ร่างกายเสื่อมถอย ระวังเป็นพิเศษ
n
เพราะระบบม้าม (การย่อย) คือพื้นฐานของพลังร่างกายที่คอยเสริมพลังไต
n
nn
n
6
n
เสริมอาหาร/ยาบำรุงพลังม้ามและหยาง
n
เพื่อให้ระบบย่อยอาหารกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
n
nn
n
nn n
n
n
อาการ “ง่วงไม่รู้จักพอ” เป็นเพียงสัญญาณหนึ่งของ พลังม้ามและหยางพร่อง ซึ่งมักมาพร้อมอาการอื่น เช่น เหงื่อออกผิดปกติ เบื่ออาหาร มือเท้าเย็น คลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากพูด ถ่ายเหลว เมื่อแก้ที่ ต้นเหตุ อาการอื่นก็มักดีขึ้นตามไปด้วย
n
การรักษาอาจใช้ ฝังเข็ม (针灸) และ สมุนไพร ตามหลักการ “ขับความชื้น-เสมหะ + กระตุ้นพลังม้ามและหยาง” ร่วมกับการปรับวิถีชีวิต อารมณ์ และการกินอย่างมีศิลปะ
n
เพราะแพทย์แผนจีนรักษาแบบ องค์รวม — สร้างสมดุลให้อวัยวะภายใน เมื่อสมดุลกลับมา อาการหลาย ๆ อย่างก็มักหายไปพร้อมกันได้
n
nn n
n
เรียบเรียงจากบทความ “นอนเท่าไหร่…ก็ไม่รู้จักพอ”
n
โดย นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัณนาวิบูล
n
คอลัมน์แพทย์แผนจีน · นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 243 (กรกฎาคม 2542) · มูลนิธิหมอชาวบ้าน — doctor.or.th/article/detail/2177
nn
n หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพn
n
nn